THC หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tetrahydrocannabinol คือสารประกอบเคมีที่ทำให้พืชกัญชา/กัญชาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

ความมึนเมา อิ่มเอมใจ มีความสุข หัวเราะ หวาดระแวง วิตกกังวล ความจำเสื่อมระยะสั้น และอื่น ๆ ที่คุณอาจเคยประสบจากการสูบพันลำหรือบริโภคอาหารผสมกัญชา ล้วนแล้วมาจากสาร THC ทั้งสิ้น

สาร THC คือสารที่พบได้ในพืชกัญชามากที่สุดพอๆกับ CBD (Cannabidiol) เรื่องนี้ได้กลายเป็นหัวข้องานวิจัยและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากมาย แม้ว่า THC จะมีโอกาสในการช่วยบรรเทาความอึดอัดและช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แต่การใช้งานสารตัวนี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในหลาย ๆ ที่ของโลกอันเนื่องมาจากการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

สาร THC ทำงานอย่างไร?

THC ก็เหมือนกับ CBD และสารกลุ่มแคนนาบินอยด์อื่นๆ ตรงที่ทำงานได้ผ่านระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ (ECS) สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับคำนี้ นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดรวมถึงมนุษย์ ต่างมีระบบเอนโดแคนนาบินอยด์อยู่ ECS คือระบบชีวภาพซับซ้อนที่มีอยู่ทั่วร่างกาย และสามารถพบได้ในระบบประสาทส่วนกลาง (ไขสันหลัง สมอง) และระบบประสาทส่วนปลาย (อวัยวะ ผิวหนัง เซลล์ภูมิคุ้มกัน)
  • ระบบส่งสัญญาณเซลล์นี้มีหน้าที่ในการรักษาภาวะสมดุล (homeostasis) หากร่างกายขาดสมดุลอันเนื่องมาจากความเครียด การบาดเจ็บ หรือปัจจัยอื่นใด ระบบ ECS จะเข้ามาทำหน้าที่ในการจัดการแก้ไขสมดุลในร่างกาย
  • ระบบนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการและการทำงานต่าง ๆ ที่สำคัญของร่างกาย เช่น การสืบพันธุ์ การนอนหลับ ความอยากอาหาร อารมณ์ การตอบสนองต่อความเจ็บปวด ความทรงจำ การควมคุมการเคลื่อนไหว การสร้างกล้ามเนื้อ การตอบสนองต่อความเครียด ผิวหนัง และการอักเสบ
  • ระบบ ECS มีสามส่วนประกอบด้วยกัน ได้แก่ เอนโดแคนนาบินอยด์ซึ่งเป็นสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ที่พบในร่างกายมนุษย์ ต่อมาคือตัวรับ CB1 และ CB2 ที่อยู่ในระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลาย ตามลำดับ และสุดท้ายคือเอนไซม์ที่ย่อยสลายเอนโดแคนนาบินอยด์เมื่อสารเหล่านั้นทำงานเสร็จสิ้นแล้ว

การใช้สารกลุ่มแคนนาบินอยด์ภายนอกอย่าง THC หรือ CBD ถือเป็นวิธีหนึ่งในการเสริมระบบเอนโดแคนนาบินอยด์

THC สามารถจับกับตัวรับ CB1 และ CB2 ที่มีอยู่ทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้คุณจึงรู้สึกถึงผลกระทบในร่างกาย โดยบางตัวอาจทำให้รู้สึกได้มากกว่าตัวอื่นๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อ THC จับกับตัวรับ CB1 ในสมอง ซึ่งควบคุมความเจ็บปวด อารมณ์ ความอยากอาหาร และความรู้สึกอื่นๆ คุณจะรู้สึกมึนเมาและสบายตัว มีความอยากอาหารมากขึ้น และความเจ็บปวดน้อยลง ในทำนองเดียวกัน เมื่อ THC จับกับตัวรับ CB2 ที่มีอยู่ทั่วร่างกาย คุณจะรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ร่างกาย โดยที่ทักษะการเคลื่อนไหวของคุณจะบกพร่องชั่วคราว และคุณจะรู้สึกอยากทิ้งตัวลงนอน

ประโยชน์ทางการแพทย์ของสาร THC

กัญชาทางการแพทย์คือเทรนด์มาแรงในประเทศไทยและฝั่งตะวันตก ซึ่งมีเหตุผลหลักมาจากคุณลักษณะในการรักษาของ THC ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ บรรพบุรุษของเราจึงใช้กัญชามานานหลายพันปี

THC สามารถช่วยดูแลร่างกายของคุณได้หลากหลายอย่าง ตั้งแต่การลดอาการปวดเรื้อรังจนไปถึงการทำให้อารมณ์ดีขึ้น พร้อมทำให้ความอยากอาหารของคุณมากขึ้น

นี่คือการสรุปว่า THC สามารถช่วยคุณได้อย่างไรบ้าง

  • บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง
  • บรรเทาการคลื่นไส้และอาเจียนจากเคมีบำบัดและการรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ
  • กระตุ้นความหิวและปรับปรุงความอยากอาหาร
  • ช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับและแก้อาการนอนไม่หลับ
  • ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  • ช่วยเรื่องโรคต้อหิน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อาการชัก มะเร็ง โรคโครห์น โรคลมชัก ความวิตกกังวล

เพื่อยืนยันว่า THC สามารถใช้เป็นยาได้ ในสหรัฐอเมริกามียากัญชาสังเคราะห์ที่ได้รับการควบคุม ได้แก่ Sativex, Marinol และ Cesamet โดยทำหน้าที่เป็นยากระตุ้นความอยากอาหารและยาแก้ปวดสำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหรือเอชไอวี/เอดส์

ยา THC คือสิ่งที่ค่อนข้างโดดเด่นในประเทศไทย แต่สามารถหาได้จากแพทย์และร้านขายยาของรัฐที่มีใบสั่งยาเท่านั้น

ผลข้างเคียงของ THC

ผลข้างเคียงของ Tetrahydrocannabinol ได้แก่

  • Bloodshot//ตาแดง
  • ภาวะซึมเศร้า
  • วินเวียนศีรษะ
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ความวิตกกังวล
  • ปากแห้ง
  • เวลาตอบสนองช้าลง
  • ความจำเสื่อม
  • ขาดการทำงานประสานกัน

นอกจากนี้ การผสม THC เข้ากับยาตัวอื่น ๆ อาจทำให้ได้ผลที่ไม่พึงประสงค์ ในทำนองเดียวกัน หากคุณใช้ THC ผ่านการสูบอาจเป็นอันตรายต่อปอดของคุณได้

ข้อดีของสาร THC (และ CBD ด้วย) คือการที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตและปลอดสารพิษ สารตัวนี้ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการได้รับยาเกินขนาดใด ๆ เหมือนกับโอปิออยด์และยาเพื่อความผ่อนคลายตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่าเมื่อกินอาหารผสมกัญชาอาจเกิดผลของการใช้ยาเกินขนาดขึ้นหากคุณกินเยอะ ส่งผลให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ กระสับกระส่าย และรู้สึกอย่างอาเจียน

ในทำนองเดียวกัน ภายในขอบเขตของการทดสอบหาสารเสพติด สาร THC คือสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ที่มีความต้องการตรวจหามากที่สุด เนื่องจาก THC เป็นสารที่ละลายในไขมัน ทำให้สารตัวนี้สามารถอยู่ในร่างกายของคุณได้สูงสุด 30 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ THC บ่อยแค่ไหน ดังนั้นโปรดทราบว่าหากคุณเป็นผู้ที่ใช้ THC เป็นประจำ สารตัวนี้มีโอกาสโชว์ขึ้นในการตรวจสารเสพติด

แต่กับ CBD ไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะการตรวจหาสารเสพติดไม่ได้ต้องการหาสารตัวนี้

THC กับกฎหมายประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ CBD ในประเทศไทยคือสิ่งที่ถูกกฎหมาย 100% หากมี THC ไม่เกิน 0.2% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก หากผลิตภัณฑ์สารสกัด CBD หรืออาหารผสมกัญชามี THC มากกว่านี้ จะต้องขายภายใต้บรรทัดฐานกัญชาทางการแพทย์ กฎหมายเหล่านี้บังคับใช้เมื่อไม่กี่ปีก่อนในขณะที่มีการแก้ไขคำจำกัดความของพระราชบัญญัติยาเสพติด ประเทศไทยรับรู้ถึงศักยภาพของกัญชาทางการแพทย์ และกำลังเปิดทางยอมรับกัญชามากขึ้นในอนาคต

กัญชาเพื่อความผ่อนคลายยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทย การสูบพันลำในที่สาธารณะอาจทำให้คุณโดนจับได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากซื้อกัญชาทางการแพทย์ที่มีสาร THC เป็นหลักเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสุขภาพ คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐและขอใบสั่งยา โดยแพทย์จะเป็นคนตรวจสอบว่าคุณป่วยจริงหรือไม่ก่อนเขียนใบสั่งยาให้

จากนั้นคุณต้องไปที่ร้านขายยาของรัฐเพื่อรับยา หากไม่มีใบสั่งยา คุณจะไม่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ THC ในประเทศไทยได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อประเทศนี้เปิดรับกัญชามากขึ้น เราสามารถคาดหวังได้ว่ากัญชาเพื่อความผ่อนคลายจะเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต

บทสรุปทิ้งท้าย

THC คือสารที่ให้ความสนุกสนาน ใช้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจและเพื่อให้อารมณ์ดี แน่นอนว่าในบางเวลาอาจมีข้อเสียบ้างขึ้นอยู่กับสภาวะจิตใจของคุณ และหากใช้มากเกินไปคุณอาจประสบกับผลข้างเคียงชั่วคราว แต่ในแง่ของด้านการแพทย์ สารตัวนี้มีศักยภาพมากมายในการลดอาการปวดเนื้อรังและการปวดประสาท บรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียน บรรเทาความวิตกกังวล ทำให้ความอยากอาหารและการนอนหลับดีขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย ตามกฎหมายกัญชาของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่า THC ยังคงเป็นสารยังสามารถคงอยู่ต่อไป และเป็นประโยชน์กับคนที่มีปัญหาสุขภาพต่างๆ